คู่มือผู้ดูแลระบบ (การเงิน ใบอนุญาต ประกาศฉุกเฉิน)

คู่มือนี้สำหรับผู้ดูแลระบบ หลังเข้าสู่ระบบ ระบบพาไปที่ ศูนย์ควบคุมแพลตฟอร์ม (/platform) ทันที ลิงก์ ศูนย์ควบคุม อยู่ที่หัวเว็บทุกหน้า

ศูนย์ควบคุม

ศูนย์ควบคุมของทุกระดับ (แพลตฟอร์ม องค์กร สถานี) ใช้หมวดเดียวกัน เรียงลำดับเหมือนกัน แต่ละหมวดเป็นหัวข้อระดับ 2 ผู้ใช้ NVDA กด H เพื่อไปทีละหมวด แต่ละรายการเป็นลิงก์ที่มีคำอธิบายสั้น และตัวเลขสถานะเมื่อมี เช่น "จัดการผู้ใช้ (15 บัญชี)" เมนูที่บทบาทของคุณไม่มีสิทธิ์ใช้จะไม่แสดงเลย

หมวด รายการของแพลตฟอร์ม
งานประจำ จัดการองค์กร, สถานีทั้งหมด, ประกาศฉุกเฉิน, การแจ้งเตือนระบบ, รายงานปัญหาการเข้าถึง
ผู้ใช้และสิทธิ์ จัดการผู้ใช้, เพิ่มผู้ใช้, ผู้ใช้ที่ถูกลบ, รหัสผ่านและวิธีเข้าสู่ระบบ, ช่องทางเข้าสู่ระบบ
การเงินและแพ็กเกจ แพ็กเกจ, การเงินและใบแจ้งหนี้
ตั้งค่า ตั้งค่าทั่วไป (ชื่อแพลตฟอร์มและตัวช่วยการเข้าถึง), โดเมนและที่อยู่, อีเมล, บริการคลาวด์, ใบอนุญาต, เงื่อนไขและนโยบาย, แหล่งเสียงสำเร็จรูป
รายงานและประวัติ สุขภาพระบบ, ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์

ถ้ายังมีการตั้งค่าหลังติดตั้งค้างอยู่ บรรทัดแรกของหน้าจะบอกจำนวนที่เหลือ และรายการตั้งค่าอยู่ใต้เมนู ท้ายหน้ามี ตัวเลขสรุป: ผู้ฟังขณะนี้ สถานีที่ทำงาน พื้นที่ไฟล์เสียงรวม และงานเบื้องหลังที่ล้มเหลว

ทุกหน้าในส่วนนี้มีเมนูเดียวกันอยู่ด้านซ้าย (บนมือถือพับไว้เป็นปุ่ม เมนูแพลตฟอร์ม) และมีเส้นทางเหนือหัวข้อของหน้า เช่น วิทยุออนไลน์ › ตั้งค่า › อีเมล ถ้าคุณดูแลหลายที่ ปุ่ม สลับพื้นที่ทำงาน เหนือเมนูพาไปยังองค์กรหรือสถานีอื่นได้

สถานีทั้งหมด

หน้า สถานีทั้งหมด (/platform/stations) แสดงตาราง: สถานี องค์กร ระบบออกอากาศ (ทำงาน, กำลังเริ่มใหม่, หยุด) สถานะ (เปิด, ระงับ) แต่ละแถวมีลิงก์ ศูนย์ควบคุมสถานี และ โควตาและสถานะ

ตั้งค่าทั่วไปและตัวช่วยการเข้าถึง

หน้า ตั้งค่าทั่วไป (/platform/settings) มีชื่อแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้เห็นทุกหน้าและในอีเมล และ ตัวช่วยการเข้าถึง: ปุ่มที่หัวเว็บทุกหน้า เปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น เลือกได้ว่าจะแสดงทั้งแพลตฟอร์มหรือไม่ และแผงมีเครื่องมือใดบ้าง การอ่านออกเสียงข้อความที่เลือกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น เพราะบางเครื่องไม่มีเสียงภาษาไทย ผู้ใช้แต่ละคนซ่อนปุ่มได้เองในหน้าตั้งค่าการเข้าถึง

องค์กรและสถานี

สร้างองค์กร

ที่หน้า องค์กรและสถานี กรอกส่วน สร้างองค์กรใหม่

ช่อง หมายเหตุ
ชื่อองค์กร ต้องกรอก
ชื่อย่อองค์กร ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก ตัวเลข หรือขีดกลาง 2–41 ตัว ลงท้ายด้วย -low หรือ -phone ไม่ได้ ห้ามซ้ำ
แพ็กเกจ เลือกได้ทุกแพ็กเกจ ทั้งแบบที่องค์กรเลือกเองได้และไม่ได้
อีเมลผู้ดูแลองค์กร (ไม่บังคับ) คนนี้จะเป็นผู้ดูแลองค์กรคนแรก ถ้ายังไม่มีบัญชี ระบบสร้างให้ เข้าสู่ระบบด้วยอีเมลนี้

แก้ไขหรือระงับองค์กร

เปิดองค์กรจากรายการ เปลี่ยนชื่อ แพ็กเกจ และ สถานะ ได้

  • เปิดใช้งาน
  • ระงับ (ทุกสถานีหยุดออกอากาศ)

ระหว่างที่องค์กรถูกระงับ ทุกสถานีขององค์กรหยุดออกอากาศ หายจากสารบบสถานี และไม่รับผู้ฟังใหม่ ประกาศฉุกเฉิน รายการตามผัง และช่วงโฆษณาจะไม่ทำงานที่สถานีเหล่านั้น การระงับที่คุณตั้งเองถูกบันทึกว่าผู้ดูแลเป็นผู้ระงับ การปิดระบบเรียกเก็บเงินจึงไม่ยกเลิกการระงับนี้ ถ้าเปลี่ยนองค์กรที่ถูกระงับเพราะค้างชำระกลับเป็นเปิดใช้งาน สถานะการชำระจะเป็นค้างชำระ

ลิงก์ เปิดหน้าผู้ดูแลองค์กร (สถานี ผู้ดูแล) ไปที่ /org/<ชื่อย่อ> คุณหรือผู้ดูแลองค์กรเพิ่มสถานีและผู้ดูแลองค์กรคนอื่นได้ที่นั่น

เพิ่มสถานี

ที่หน้าผู้ดูแลองค์กร กรอกส่วน สร้างสถานีใหม่: ชื่อสถานี, ชื่อย่อสถานีในลิงก์ (ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์เล็ก ตัวเลข ขีดกลาง 2–41 ตัว ลงท้ายด้วย -low หรือ -phone ไม่ได้ เพราะสองคำนี้ใช้กับสตรีมประหยัดเน็ตและผู้ฟังทางโทรศัพท์ของสถานี), ภาษาหลัก (ไทย หรือ English) กฎเดียวกันใช้กับชื่อย่อสถานีในหน้าติดตั้งด้วย ระบบไม่ให้เพิ่มสถานีเมื่อ

  • ครบ จำนวนสถานีต่อองค์กร ของแพ็กเกจ
  • ครบจำนวนสถานีตามใบอนุญาต ข้อความจะบอกให้ติดต่อผู้ดูแลระบบ

เมื่อการประเมินความจุในหน้า ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ บอกว่าไม่มีที่ว่างสำหรับสถานีใหม่แล้ว ผู้ดูแลระบบจะเห็นคำเตือนเหนือฟอร์มพร้อมลิงก์ไปยังหน้านั้น เป็นเพียงคำเตือน ยังสร้างสถานีได้ แต่ทุกสถานีบนเซิร์ฟเวอร์นั้นอาจเริ่มสะดุด

ค่าปรับเฉพาะสถานีและการระงับสถานี

ลิงก์ โควตาและสถานะ ในหน้าภาพรวมเปิดหน้าสถานีในส่วนผู้ดูแลระบบ หน้านี้แสดงค่าที่ใช้อยู่จริง (แพ็กเกจ + ค่าปรับเฉพาะสถานี) และปริมาณที่ใช้อยู่ ส่วน ปรับเกินแพ็กเกจเฉพาะสถานีนี้ (Override) ปรับค่าจำกัดของแพ็กเกจได้ทุกค่า ยกเว้นจำนวนสถานีต่อองค์กร

  • ช่องตัวเลข: เว้นว่าง = ตามแพ็กเกจ, พิมพ์ -1 = ไม่จำกัด
  • ช่องใช่/ไม่: ตามแพ็กเกจ, ใช่ หรือ ไม่

สถานะสถานี เป็น เปิดใช้งาน หรือ ระงับการออกอากาศ สถานีที่ถูกระงับหยุดออกอากาศและหายจากสารบบ สถานีอื่นในองค์กรยังทำงานตามปกติ ช่วงที่ระงับไม่นับรวมในความพร้อมใช้งาน

ผู้ใช้

เมนู ผู้ใช้ แสดงทุกบัญชี ค้นหาและกรองได้ (บทบาท สถานี สถานะ วิธีเข้าสู่ระบบที่ตั้งไว้) รวมบัญชีที่ไม่มีบทบาท ผู้ดูแลระบบจัดการได้ทุกบัญชี ยกเว้นผู้ดูแลระบบด้วยกัน (ใช้ sudo radioctl บนเซิร์ฟเวอร์) เพิ่มผู้ดูแลองค์กรได้ที่ เพิ่มผู้ใช้ และกด ลบถาวรตอนนี้ กับบัญชีในถังขยะผู้ใช้ได้โดยพิมพ์อีเมลยืนยัน สิ่งที่ทำได้ในหน้าบัญชีอธิบายไว้ในคู่มือผู้ดูแลสถานี หัวข้อจัดการผู้ใช้

ช่องทางเข้าสู่ระบบ › วิธีเข้าสู่ระบบที่แต่ละบทบาทใช้ได้ (หน้า /platform/signin/methods) ตั้งนโยบายการเข้าสู่ระบบของแพลตฟอร์มสำหรับ ทุกบทบาท ผู้ดูแลองค์กร ผู้ดูแลสถานี ดีเจ ผู้ดูแลแชท และ ผู้ฟัง (บัญชีที่ไม่มีบทบาทนับเป็นผู้ฟัง) ว่าใช้วิธีใดได้และต้องยืนยันขั้นที่ 2 หรือไม่ องค์กรและสถานีเข้มงวดกว่าได้แต่ผ่อนกว่าไม่ได้ นโยบายนี้ไม่ใช้กับผู้ดูแลระบบ ถ้าการเปลี่ยนแปลงทำให้บางบัญชีไม่เหลือวิธีที่ตั้งไว้แล้ว ระบบบอกจำนวนและถามก่อน ดูรายชื่อได้ที่ตัวกรอง ไม่มีวิธีเข้าสู่ระบบที่ใช้ได้ ในหน้าผู้ใช้ ลิงก์เข้าสู่ระบบจากผู้ดูแลหรือ radioctl login-link และรหัสกู้คืนใช้ได้เสมอ ยกเว้นบัญชีที่ถูกระงับหรือถูกลบ ลบสถานีหรือกู้คืนสถานีได้ที่หน้าองค์กรของสถานีนั้น (ลิงก์อยู่ในหน้าสถานีของผู้ดูแลระบบ)

แพ็กเกจ

หน้า แพ็กเกจ แสดงทุกแพ็กเกจเทียบกัน พร้อมราคาและจำนวนองค์กรที่ใช้ สร้างแพ็กเกจใหม่ได้ด้านล่าง หรือกดชื่อแพ็กเกจเพื่อแก้ไข ค่าที่บันทึกมีผลทันทีกับทุกองค์กรที่ใช้แพ็กเกจนั้น

ช่อง เมื่อเว้นว่าง ค่าเริ่มต้นของแพ็กเกจใหม่
ชื่อแพ็กเกจ ต้องกรอก ห้ามซ้ำ –
ราคารายเดือนและรายปี (บาท ก่อน VAT, 0 = ฟรี) 0 0
ให้ผู้ดูแลองค์กรเลือกแพ็กเกจนี้เองได้ – เลือกไว้
จำนวนสถานีต่อองค์กร ไม่จำกัด ว่าง
ผู้ฟังพร้อมกันต่อสถานี ไม่จำกัด ว่าง
Bitrate สูงสุด (kbps) ต้องกรอก 128
จำนวนสตรีมต่อสถานี ต้องกรอก 2
พื้นที่คลังเสียงเล่นเพลงอัตโนมัติ (MB) ไม่จำกัด ว่าง
พื้นที่รายการบันทึก (MB) ไม่จำกัด ว่าง
จำนวนดีเจ ไม่จำกัด ว่าง
จำนวนผู้ดูแลสถานี ไม่จำกัด ว่าง
ชั่วโมงถอดเสียงต่อเดือน ต้องกรอก 0
แขกรับเชิญพร้อมกัน ต้องกรอก 0
เปิดใช้ HLS – ไม่เลือก
ใช้โดเมนของตัวเองได้ – ไม่เลือก
ปลายทางถ่ายทอดไปช่องทางอื่นต่อสถานี ไม่จำกัด 1

ในช่องตัวเลขที่เว้นว่างได้ พิมพ์ -1 ก็หมายถึงไม่จำกัดเช่นกัน

ปลายทางถ่ายทอดไปช่องทางอื่นต่อสถานี กำหนดจำนวนปลายทาง (SHOUTcast, Icecast, YouTube/Facebook/RTMP) ที่แต่ละสถานีเพิ่มได้ในหน้า ถ่ายทอดไปช่องทางอื่น แพ็กเกจเริ่มต้นตั้งไว้ Community 1, Standard 3, Pro และ Unlimited ไม่จำกัด แพ็กเกจที่สร้างเองก่อนหน้านี้ได้ค่า 1 ผู้ฟังบนเซิร์ฟเวอร์ภายนอกไม่นับใน ผู้ฟังพร้อมกันต่อสถานี ถ้าลดแพ็กเกจจนต่ำกว่าที่สถานีใช้อยู่ ปลายทางที่เพิ่มทีหลังสุดจะหยุดส่ง (หน้าของสถานีแจ้งไว้) จนกว่าสถานีจะลบออก ค่าปรับเฉพาะสถานี (Override) เพิ่มหรือลดค่านี้ได้เหมือนค่าอื่น ปลายทาง RTMP แต่ละรายการใช้โปรเซส FFmpeg ของตัวเองบน worker (ดูการใช้ CPU ในคู่มือติดตั้ง)

แพ็กเกจที่องค์กรเลือกเองได้: เมื่อเลือก "ให้ผู้ดูแลองค์กรเลือกแพ็กเกจนี้เองได้" ผู้ดูแลองค์กรจะเห็นแพ็กเกจนี้และเปลี่ยนมาใช้เองได้ขณะเปิดระบบเรียกเก็บเงิน แพ็กเกจที่ไม่ได้เลือกไว้ มีแต่คุณที่กำหนดให้องค์กรได้ เมื่อปิดระบบเรียกเก็บเงิน องค์กรเปลี่ยนแพ็กเกจเองไม่ได้เลย

การเงินและใบแจ้งหนี้

เปิดหรือปิดระบบเรียกเก็บเงิน

ด้านบนของหน้า การเงินและใบแจ้งหนี้ บอกว่าระบบ เปิดอยู่ หรือ ปิดอยู่ กดปุ่ม "เปิดระบบเรียกเก็บเงิน…" หรือ "ปิดระบบเรียกเก็บเงิน…" ระบบจะแสดงหน้ายืนยันที่บอกผลที่จะเกิดขึ้นพร้อมจำนวนองค์กรและใบแจ้งหนี้ที่เกี่ยวข้องก่อนเสมอ เปลี่ยนกลับได้ทุกเมื่อ

  • ปิด (ค่าเริ่มต้น เหมาะกับการติดตั้งใช้เองในองค์กรเดียว): ไม่ออกใบแจ้งหนี้ ไม่ส่งแจ้งเตือน ไม่ระงับบริการ องค์กรที่ถูกระงับเพราะค้างชำระกลับมาออกอากาศทันทีและได้รับอีเมลแจ้ง องค์กรใช้แพ็กเกจที่ผู้ดูแลระบบกำหนดและเปลี่ยนเองไม่ได้ เอกสารที่ออกแล้วยังเก็บไว้ครบ ใบแจ้งหนี้ค้างยังชำระได้ หรือกดยกเลิกได้
  • เปิด: ต้องกรอกชื่อผู้ขาย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้าจดทะเบียน VAT) และช่องทางรับชำระอย่างน้อยหนึ่งช่องทางก่อน ช่วงที่ปิดไว้ไม่ถูกเรียกเก็บย้อนหลัง ใบแจ้งหนี้ที่ค้างอยู่ได้เวลาชำระใหม่ตามจำนวนวันครบกำหนดก่อนมีการแจ้งเตือนหรือระงับ ใบแจ้งหนี้ต่ออายุที่ยังไม่ชำระของรอบบริการที่เริ่มระหว่างปิดระบบจะถูกยกเลิก ยกเว้นใบที่มีการชำระเงินบันทึกไว้ หน้ายืนยันบอกว่ามีกี่ใบ
  • การบันทึกหน้าตั้งค่าไม่เปิดหรือปิดระบบเอง จึงเตรียมค่าไว้ก่อนเปิดได้

หลังยืนยันเปิดระบบ ใบแจ้งหนี้จะเริ่มออกในรอบตรวจถัดไป ภายใน 10 นาที

ตั้งค่า

ส่วน ตั้งค่า อยู่ด้านล่างของหน้า การเงินและใบแจ้งหนี้

การตั้งค่า ค่าเริ่มต้น
ข้อมูลผู้ขายบนเอกสาร: ชื่อบริษัท เลขประจำตัวผู้เสียภาษี สาขา ที่อยู่ โทรศัพท์ อีเมล สาขา: สำนักงานใหญ่
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ออกใบกำกับภาษี) เปิด
อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (%) 7 (0–30)
อัตราหัก ณ ที่จ่ายของลูกค้านิติบุคคล (%) 3 (0–15)
พร้อมเพย์ (เบอร์โทร 10 หลัก เลขผู้เสียภาษี 13 หลัก หรือ e-Wallet 15 หลัก) ว่าง
บัญชีธนาคารสำหรับโอน (แสดงบนหน้าชำระเงิน) ว่าง
รับชำระพร้อมเพย์ผ่าน Omise ปิด ต้องตั้ง OMISE_SECRET_KEY บนเซิร์ฟเวอร์ และตั้งเว็บฮุกของ Omise ไปที่ /billing/omise/webhook
ครบกำหนดชำระหลังออกใบแจ้งหนี้ (วัน) 7 (0–90)
ออกใบแจ้งหนี้ล่วงหน้าก่อนรอบใหม่ (วัน) 7 (0–60)
ทดลองใช้ฟรี (วัน, 0 = ไม่มี) 30 (0–365)
ระงับบริการเมื่อค้างชำระเกินระยะผ่อนผัน เปิด
ระยะผ่อนผันหลังครบกำหนด (วัน) 14 (0–90)

การใช้งานเมื่อเปิดระบบ

  1. องค์กรที่ใช้แพ็กเกจฟรีไม่ถูกเรียกเก็บ องค์กรที่ใช้แพ็กเกจเสียเงินและยังไม่เคยถูกเรียกเก็บจะได้ทดลองใช้ฟรีก่อน แต่ละองค์กรได้ทดลองใช้ฟรีครั้งเดียว แม้จะสลับไปมาระหว่างแพ็กเกจฟรีกับแพ็กเกจเสียเงิน
  2. ระบบออกใบแจ้งหนี้รอบใหม่ล่วงหน้าอัตโนมัติ ระหว่างที่องค์กรยังไม่เคยชำระเลย จะมีใบแจ้งหนี้รอบใหม่ค้างอยู่ครั้งละใบเดียว ส่งอีเมลเตือนก่อนครบกำหนด 3 วัน วันครบกำหนด และทุก 3 วันเมื่อเกินกำหนด
  3. เมื่อเกินระยะผ่อนผัน องค์กรจะถูกระงับบริการ (ถ้าเปิดการตั้งค่านี้) และเปิดคืนเองเมื่อชำระ
  4. ผู้ดูแลองค์กรชำระเงินที่ แพ็กเกจ การชำระเงิน และใบแจ้งหนี้ ในหน้าองค์กร: คิวอาร์พร้อมเพย์ โอนผ่านธนาคารแล้วแนบสลิป (ไฟล์ JPG, PNG หรือ PDF 1 ไฟล์ ไม่เกิน 5 MB ระบบตรวจจากเนื้อไฟล์) หรือ Omise อัปเกรดมีผลทันทีพร้อมใบแจ้งหนี้ส่วนต่าง ลดแพ็กเกจหรือเปลี่ยนรอบบิลมีผลรอบถัดไป การเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจฟรีมีผลเมื่อรอบที่ชำระแล้วสิ้นสุด และใบแจ้งหนี้ที่ออกไปแล้วยังต้องชำระ (ยังมีอีเมลเตือนและการระงับบริการ) การเปลี่ยนแพ็กเกจหรือรอบบิลจะยกเลิกใบแจ้งหนี้รอบถัดไปที่ยังไม่เริ่มและยังรอชำระ แล้วออกใบใหม่ให้ แต่ระบบไม่ให้เปลี่ยนระหว่างที่การชำระของใบนั้นรอตรวจ ถ้าเลือกรอบบิลเดิมอีกครั้ง จะยกเลิกการเปลี่ยนรอบบิลที่ตั้งไว้
  5. หลักฐานการโอนที่รอตรวจ: กด "ดูสลิป" แล้วกด "ยืนยันรับเงิน" ระบบออก ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี เลขที่ต่อเนื่องและส่งอีเมลให้ลูกค้า หรือพิมพ์เหตุผลแล้วกด "ปฏิเสธ" ลูกค้าได้รับอีเมลทั้งสองกรณี สลิปของใบแจ้งหนี้ที่ชำระแล้วหรือถูกยกเลิกแล้วจะมีป้ายเตือน ถ้ายืนยัน ต้องคืนเงิน
  6. ใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ชำระ: "รับเงินสด/เช็คแล้ว" บันทึกรับชำระและออกใบเสร็จ "ยกเลิกใบแจ้งหนี้" ยกเลิกใบนั้น ใบแจ้งหนี้ที่ชำระแล้วหรือยกเลิกแล้วจะไม่เปลี่ยนอีก (เป็นเอกสารทางภาษี) ถ้ากดชำระ ยกเลิก หรือยืนยันซ้ำ เช่น กดสองครั้ง หรือทำจากสองแท็บพร้อมกัน ระบบแสดงหน้า "ทำรายการนี้ไม่ได้" พร้อมเหตุผลและลิงก์กลับ โดยไม่มีอะไรเปลี่ยน การรับชำระ การตรวจสลิป การยกเลิกใบแจ้งหนี้ การตั้งสถานะค้างชำระ การระงับบริการ และการคืนเงิน ทุกรายการบันทึกลง Audit log ในขั้นตอนเดียวกับการเปลี่ยนแปลงนั้น
  7. รายงาน: เลือกเดือน แล้วกด "ดาวน์โหลด CSV" เพื่อรับรายงานภาษีขาย (ใบเสร็จที่ออกในเดือนนั้น) ปุ่ม "ตรวจรอบบิลตอนนี้" สั่งตรวจรอบบิลประจำวันทันที

เงินที่ต้องคืน

เงินที่ได้รับสำหรับใบแจ้งหนี้ที่ชำระแล้วหรือถูกยกเลิกแล้ว (เช่น ลูกค้าโอนซ้ำ หรือชำระผ่าน Omise หลังยืนยันสลิปไปแล้ว) ไม่นับเป็นการชำระใหม่ ระบบบันทึกว่าต้องคืนเงิน และส่งอีเมลถึงผู้ดูแลระบบทุกคนและอีเมลของผู้ขาย

ส่วน เงินที่ต้องคืน ในหน้าการเงินและใบแจ้งหนี้จะปรากฏเมื่อมีรายการต้องคืน แสดงใบแจ้งหนี้ องค์กร ช่องทาง (พร้อมสลิป) และยอดเงิน คืนเงินให้ลูกค้าแล้วกด บันทึกว่าคืนเงินแล้ว หน้าสุขภาพระบบก็แสดงรายการเงินที่ต้องคืนด้วย

รุ่นก่อนหน้ามีปัญหาออกใบแจ้งหนี้รอบใหม่ทุกวันระหว่างที่องค์กรยังไม่เคยชำระ Migration 014 ยกเลิกใบที่ซ้ำและไม่มีการชำระเงินบันทึกไว้ให้แล้ว ทุกใบมีบันทึกใน Audit log ใบที่ซ้ำแต่มีสลิปหรือการชำระผ่าน Omise ยังคงไว้ให้คุณตรวจเอง

ภาษี: ราคาเป็นราคาก่อน VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคำนวณจากยอดก่อน VAT และใช้เมื่อยอดตั้งแต่ 1,000 บาท และลูกค้าเป็นนิติบุคคลที่เลือกว่าหักภาษี เอกสารมีจำนวนเงินเป็นตัวอักษรภาษาไทย

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)

เปิดหน้า การเงินและใบแจ้งหนี้ แล้วกดลิงก์ใต้หัวข้อ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เมื่อเปิดใช้ ทุกครั้งที่รับชำระและออกใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี ระบบจะทำสิ่งเหล่านี้เพิ่ม

  • ไฟล์ XML ตามมาตรฐาน ขมธอ. 3-2560 เวอร์ชัน 2.0 ของ สพธอ. (ประเภทเอกสาร T03 ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี) จากข้อมูลผู้ขายและผู้ซื้อชุดเดียวกับใบเสร็จ
  • ลายมือชื่อดิจิทัลแบบ XAdES-BES บนไฟล์ XML เมื่อตั้งใบรับรองไว้บนเซิร์ฟเวอร์ (ETAX_P12_PATH ดูคู่มือการติดตั้ง)
  • PDF/A-3 ของใบเสร็จ ภาษาไทยและอังกฤษ ที่มีไฟล์ XML แนบอยู่ภายใน
  • อีเมล ถึงผู้ซื้อ (เลือกได้)

ผู้ดูแลองค์กรดาวน์โหลดไฟล์ XML และ PDF ได้จากหน้าใบเสร็จ (หัวข้อ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)) คุณดาวน์โหลดได้จากหน้าใบแจ้งหนี้หรือจากบันทึกเอกสาร

ก่อนเปิดใช้ หน้าตั้งค่าการเงินต้องมีผู้ขายที่จดทะเบียน VAT พร้อมชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีที่ถูกต้อง และที่อยู่

ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์สำหรับลงลายมือชื่อ แสดงว่าตั้งใบรับรองไว้หรือยัง ออกให้แก่ใคร ใครเป็นผู้ออก เลขที่ใบรับรอง ใช้ได้ถึงวันไหน และเหลืออีกกี่วัน ไม่แสดงรหัสผ่านไม่ว่ากรณีใด ใบรับรองที่ลงนามเองจะมีป้าย "ใช้ทดสอบเท่านั้น" กด ทดสอบลงลายมือชื่อ เพื่อลงลายมือชื่อและตรวจสอบเอกสารตัวอย่างโดยไม่ออกเอกสารจริง ผลแสดงที่ด้านบนของหน้าและใต้หัวข้อ ผลการทดสอบล่าสุด

ตั้งค่า

การตั้งค่า ค่าเริ่มต้น ความหมาย
เปิดใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ปิด ทำไฟล์ e-Tax ให้ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีทุกฉบับที่ออกใหม่
ต้องลงลายมือชื่อดิจิทัลทุกฉบับ เปิด ถ้าไม่มีใบรับรองที่ใช้ได้ เอกสารจะไม่สำเร็จ (และแสดงในบันทึกว่าไม่สำเร็จ) แทนที่จะออกโดยไม่มีลายมือชื่อ ปิดได้เฉพาะเมื่อใช้ e-Tax Invoice by Email (Time Stamp) ซึ่ง สพธอ. ประทับรับรองเวลาแทน
รหัสสาขา 5 หลัก ว่าง 00000 = สำนักงานใหญ่ ถ้าว่าง ใช้สาขาจากหน้าตั้งค่าการเงิน
รหัสไปรษณีย์ รหัสตำบล อำเภอ และจังหวัด ว่าง ถ้ารหัสไปรษณีย์ว่าง ระบบหาจากที่อยู่ผู้ขาย รหัสพื้นที่ (มอก. 1099 และ ISO 3166-2:TH) ไม่บังคับ
ส่งไฟล์ PDF/A-3 ทางอีเมลให้ผู้ซื้อ ปิด เอกสารละ 1 อีเมล ส่งถึงอีเมลในข้อมูลออกใบกำกับภาษีขององค์กร (ถ้าไม่มี ส่งถึงผู้ดูแลองค์กรคนแรก) แนบไฟล์ PDF 1 ไฟล์ ไม่เกิน 3 MB
อีเมลสำเนาถึงระบบของกรมสรรพากร (CC) ว่าง ว่าง = ไม่ส่งสำเนา ใช้เฉพาะ e-Tax Invoice by Email หลังได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร ให้กรอกที่อยู่สำเนาที่กรมสรรพากรประกาศ (คู่มือของกรมระบุ csemail@etax.teda.th ตรวจที่อยู่ล่าสุดที่ rd.go.th) เมื่อตั้งค่านี้ หัวเรื่องอีเมลจะเป็นรูปแบบของกรมสรรพากร [วันเดือนปี พ.ศ.][INV][เลขที่]

บันทึกเอกสาร แสดงเอกสารล่าสุดพร้อมสถานะ (สร้างแล้ว ลงลายมือชื่อแล้ว ส่งแล้ว หรือไม่สำเร็จพร้อมเหตุผล) ทุกขั้นตอนพร้อมเวลา และลิงก์ดาวน์โหลด ปุ่ม ทำซ้ำ ทำขั้นตอนที่ยังไม่สำเร็จอีกครั้ง เช่น หลังแก้ใบรับรองหรืออีเมลของผู้ซื้อแล้ว ไฟล์ XML ที่ลงลายมือชื่อหรือส่งไปแล้วจะไม่ถูกแก้ และเอกสารที่ส่งแล้วจะไม่ถูกส่งซ้ำ

ใครใช้ช่องทางใดของกรมสรรพากรได้

  • e-Tax Invoice & e-Receipt: ผู้จดทะเบียน VAT ที่ได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากร ต้องใช้ใบรับรองจากผู้ให้บริการออกใบรับรองภายใต้ NRCA ระบบลงลายมือชื่อไฟล์ XML ให้ แต่ไม่ได้นำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ให้นำส่งไฟล์ที่ลงลายมือชื่อแล้วผ่านช่องทางที่ได้รับอนุมัติภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • e-Tax Invoice by Email (Time Stamp): ผู้จดทะเบียน VAT ที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี และไม่ได้ใช้ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt (เลือกได้ระบบเดียว) หลังได้รับอนุมัติด้วยแบบ ก.อ.01 ไม่ต้องใช้ลายมือชื่อดิจิทัล สพธอ. ประทับรับรองเวลาบนไฟล์ PDF/A-3 แล้วส่งฉบับที่ประทับเวลาแล้วให้คุณและผู้ซื้อ

ข้อจำกัดที่ทราบ: ไฟล์ XML ถูกตรวจตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ไม่ได้ตรวจกับไฟล์ XSD ทางการ (ก่อนใช้งานจริงให้ตรวจไฟล์ตัวอย่างด้วยเครื่องมือของ สพธอ.) ไฟล์ PDF สร้างตามข้อกำหนด PDF/A-3b แต่ยังไม่ได้ผ่านโปรแกรมตรวจรับรอง และไม่ใช่ PDF ที่มีแท็กสำหรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ ฉบับที่เข้าถึงได้คือหน้าใบเสร็จบนเว็บ

สุขภาพระบบ

หน้า สุขภาพระบบ (/platform/health) คือหน้าแรกที่ควรดูเมื่อมีปัญหา

  • สรุป: "ทุกอย่างปกติ" หรือรายการเรื่องที่ต้องดู เช่น Icecast หรือรีเลย์ไม่ตอบ สถานีที่เปิดอยู่แต่ระบบออกอากาศไม่ทำงาน สัญญาณเงียบ สถานีที่ความพร้อมใช้งานต่ำกว่าเป้า งานเบื้องหลังล้มเหลว พื้นที่ดิสก์เหลือน้อยกว่า 10% มีลิงก์ไปยังสลิปรอตรวจ เงินที่ต้องคืน และประกาศฉุกเฉินที่ใช้งานหรือรออนุมัติ และนับเว็บฮุกที่ส่งไม่สำเร็จใน 24 ชั่วโมง
  • เซิร์ฟเวอร์: โหลด หน่วยความจำว่าง ดิสก์ว่าง ขนาดฐานข้อมูล Icecast และรีเลย์ รุ่นของ Node.js, FFmpeg และ Liquidsoap
  • สถานี: ระบบออกอากาศ แหล่งเสียง สัญญาณ ผู้ฟัง และความพร้อมใช้งาน 30 วัน ตัวเลขความพร้อมใช้งานเป็นลิงก์ไปหน้าความพร้อมใช้งานของสถานี
  • งานเบื้องหลัง: รอ กำลังทำ ล้มเหลว และข้อผิดพลาดล่าสุด

ข้อมูลเดียวกันมีแบบ JSON ที่ /platform/health.json ต้องเข้าสู่ระบบเป็นผู้ดูแลระบบ ระบบเฝ้าระวังภายนอกให้ใช้ /status.json ซึ่งเป็นสาธารณะ

เป้าหมายความพร้อมใช้งาน (SLA)

ทุกนาที ระบบตรวจทุกสถานีที่เปิดอยู่หนึ่งครั้ง ผลเป็น ออกอากาศมีเสียง, สัญญาณเงียบ หรือหยุดออกอากาศ (ระบบออกอากาศไม่ทำงาน หรือไม่มีสัญญาณส่งเข้าสตรีมหลัก) ความพร้อมใช้งานคือสัดส่วนนาทีที่มีเสียงจากนาทีที่ตรวจได้ สถานีที่ถูกระงับไม่ถูกตรวจ นาทีที่ไม่มีผลตรวจแสดงว่า "ไม่ได้ตรวจ" ระบบไม่เดาเอง

การตั้งค่า ค่าเริ่มต้น
เป้าหมายต่อเดือน (%) 99.9 (90–100) 99.9% ยอมให้หยุดได้ราว 43 นาทีต่อเดือน
แจ้งผู้ดูแลสถานีเมื่อหยุดออกอากาศนาน (นาที) 3 (1–60)
แสดงความพร้อมใช้งานและเหตุขัดข้องในหน้าสถานะสาธารณะ (/status) เปิด

ผู้ดูแลสถานีได้รับอีเมลเมื่อสถานีหยุดออกอากาศนานเท่าที่ตั้งไว้ และอีกฉบับเมื่อกลับมาออกอากาศ สัญญาณเงียบมีการแจ้งเตือนของตัวเองจากระบบออกอากาศ หน้า /status แสดงส่วนประกอบของระบบ และระบบออกอากาศกับแหล่งเสียงของแต่ละสถานีเสมอ ถ้าปิดการตั้งค่าสุดท้าย หน้านี้จะซ่อนตัวเลขความพร้อมใช้งานและเหตุขัดข้อง และ /status.json ก็ไม่ส่งข้อมูลส่วนนี้

การแจ้งเตือนระบบ

การแจ้งเตือนระบบ (/platform/alerts มีลิงก์จากหน้าสุขภาพระบบด้วย) แสดงสิ่งที่ worker พบจากการตรวจทุกนาที

  • การแจ้งเตือนที่ยังเปิดอยู่: ความรุนแรง (วิกฤต หรือ เตือน) เรื่องที่เกิดและวิธีแก้ สถานี (หรือ "ทั้งระบบ") เริ่มเมื่อ ตรวจล่าสุด และแจ้งไปแล้วกี่ครั้ง
  • คลี่คลายแล้วใน 30 วันที่ผ่านมา: เรื่องที่เกิด สถานี เวลาเริ่มและเวลาคลี่คลาย และนานเท่าไร

การแจ้งเตือนระดับแพลตฟอร์ม (Icecast หรือ relay ไม่ตอบ งานของ worker ล้มเหลว 3 ครั้งติดกัน ฐานข้อมูลไม่ยอมรับขอบเขตข้อมูลของ worker ดิสก์ DATA_DIR ใช้เกิน 85% (วิกฤตเมื่อเหลือว่างน้อยกว่า 10%) ใบรับรอง e-Tax จะหมดอายุภายใน 30 วัน และการแจ้งเตือนทรัพยากรที่อยู่ในหัวข้อ ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์) ส่งถึงผู้ดูแลระบบทุกคนทางอีเมลตามภาษาของแต่ละคนและการแจ้งเตือนบนเบราว์เซอร์ ส่วนการแจ้งเตือนของสถานี (สถานีเงียบ ระบบออกอากาศเริ่มใหม่ซ้ำหรือหยุด) ส่งถึงผู้ดูแลสถานีและผู้ดูแลองค์กรของสถานีนั้น และแสดงในหน้านี้ด้วย

แต่ละเหตุแจ้งครั้งเดียว แจ้งซ้ำทุก 4 ชั่วโมงถ้ายังไม่คลี่คลาย (ALERT_RENOTIFY_HOURS) และแจ้ง "คลี่คลายแล้ว" เมื่อกลับมาปกติ ผู้ติดตั้งยังตั้งให้ส่งไปยังบริการแชทหรือระบบเรียกเวร (ALERT_WEBHOOK_URL) และ Prometheus ได้ ดูคู่มือติดตั้ง หัวข้อติดตามสถานะระบบ

ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์

ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ (/platform/resources อยู่ในเมนูผู้ดูแลระบบ) แสดงว่าบริการต่าง ๆ และสถานีใช้ทรัพยากรเท่าไร หน้านี้แสดงข้อมูลอย่างเดียว ไม่ได้เริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนบริการใด และแพลตฟอร์มไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Docker เว็บแอปและ worker ทุกตัวรายงานทุก 30 วินาที หน้านี้แสดงรายงานล่าสุด และ /platform/resources.json ให้ข้อมูลเดียวกันเป็น JSON

  • สรุป: "ทรัพยากรปกติ" หรือรายการที่ต้องดู (บริการไม่รายงานสถานะ หน่วยความจำหรือ CPU สูง ดิสก์ใกล้เต็ม การสำรองข้อมูลมีปัญหา ไม่มีที่ว่างสำหรับสถานีเพิ่ม)
  • ความจุ: รองรับสถานีได้อีกเท่าไร: "รองรับสถานีเพิ่มได้อีกประมาณ N สถานี" หรือคำเตือนว่าเซิร์ฟเวอร์เต็มแล้ว คำนวณจากหน่วยความจำและ CPU ที่ worker ใช้ได้ (ขีดจำกัดของคอนเทนเนอร์ หรือหน่วยความจำและ CPU ของทั้งเครื่องถ้าไม่ได้จำกัด) โดยเว้นหน่วยความจำไว้ 10% และ CPU 20% แล้วหารด้วยที่หนึ่งสถานีใช้บนเซิร์ฟเวอร์นี้ (หน่วยความจำเฉลี่ยของระบบออกอากาศ และ CPU ช่วงใช้สูงใน 7 วันล่าสุด ถ้ายังไม่มีข้อมูลวัดจะใช้ค่าอ้างอิง 160 MB และ 15% ของ 1 คอร์) ตารางแสดงที่ว่างของแต่ละ worker และบอกว่าหน่วยความจำหรือ CPU เป็นข้อจำกัด เมื่อประเมินได้ศูนย์หรือน้อยกว่า ฟอร์มสร้างสถานีจะเตือนผู้ดูแลระบบ
  • บริการ: เว็บแอปและ worker แต่ละตัว (พร้อมหมายเลข shard) และชื่อเครื่องที่ทำงานอยู่: รายงานอยู่ หรือ ไม่รายงาน (ไม่มีรายงานเกิน 2 นาที) CPU เป็นสัดส่วนของที่คอนเทนเนอร์ใช้ได้ หน่วยความจำที่ใช้และขีดจำกัด (ไม่นับแคชไฟล์) จำนวนครั้งที่เริ่มใหม่ตั้งแต่รายงานครั้งแรกและจำนวนครั้งที่เริ่มใน 24 ชั่วโมง ทำงานตั้งแต่ รายงานล่าสุด และรุ่น
  • สถานี (ระบบออกอากาศ): หน่วยความจำและ CPU (ของ 1 คอร์) ของระบบออกอากาศแต่ละสถานี และตัวเข้ารหัสที่ทำงานอยู่: สตรีม MP3 หลักทำงานเสมอ สตรีมประหยัดเน็ตและ HLS ทำงานเฉพาะตอนมีผู้ฟัง และการถ่ายทอดไปช่องทางอื่น
  • พื้นที่ดิสก์: พื้นที่ว่างของ DATA_DIR และของไฟล์ HLS ถ้าแยกดิสก์
  • การสำรองข้อมูล: สถานะ สำเร็จครั้งล่าสุด พยายามครั้งล่าสุด ที่เก็บ (ในเครื่อง S3 หรือทั้งสองที่) ขนาด และข้อความของการทำงานครั้งล่าสุด อ่านจากไฟล์สถานะที่งานสำรองข้อมูลเขียนไว้ (ops/backup-status.json ใน DATA_DIR) ถ้าไม่มีไฟล์นี้ หน้าจะบอกว่ายังไม่มีรายงานสถานะการสำรองข้อมูล
  • แนวโน้ม 7 วัน: วันละหนึ่งแถว หน่วยความจำและ CPU ของ worker ทั้งค่าเฉลี่ยและค่าสูงสุด และหน่วยความจำรวมของทุกสถานี แสดงเป็นแผนภูมิพร้อมคำสรุปและตาราง

เข้ารหัสเฉพาะที่จำเป็น

ระบบออกอากาศของทุกสถานีส่งสตรีม MP3 หลักตลอดเวลา ส่วนสตรีมประหยัดเน็ตและ HLS เข้ารหัสเฉพาะตอนมีผู้ฟัง และหยุดหลังผู้ฟังคนสุดท้ายออกไป 5 นาที (ENCODE_IDLE_MINUTES) ผู้ฟังที่เปิดสตรีมประหยัดเน็ตขณะที่หยุดอยู่จะได้ยินเสียงภายในราว 1 วินาที เพราะแพลตฟอร์มเริ่มสตรีมก่อนให้ผู้ฟังเข้า HLS เริ่มเมื่อเครื่องเล่นขอลิงก์ฟัง และส่วนแรกของสตรีมพร้อมในอีกครู่เดียว HLS ผ่าน CDN (สถานีที่ตั้ง ลิงก์ HLS ผ่าน CDN) นับผู้ฟังไม่ได้ จึงทำงานตลอดเวลา ตั้ง ENCODE_ON_DEMAND=false เพื่อให้ทุกสตรีมทำงานตลอดเวลาเหมือนเดิม หรือ ENCODE_ON_DEMAND=low เพื่อทำแบบนี้เฉพาะสตรีมประหยัดเน็ต (HLS ทำงานตลอด) บนเซิร์ฟเวอร์อ้างอิง วิธีนี้ลด CPU ของระบบออกอากาศของสถานีที่ไม่มีผู้ฟังสตรีมเหล่านี้จากราว 10.5% เหลือราว 7% ของ 1 คอร์ หน่วยความจำ (ราว 155 MB) เท่าเดิม

การเริ่มระบบออกอากาศใหม่

การตั้งค่าสถานีต่อไปนี้ระบบออกอากาศที่ทำงานอยู่ปรับเองได้ทันทีโดยไม่สะดุด: เปิดหรือปิดสตรีมประหยัดเน็ต HLS หรือการบันทึกรายการสด เวลาแจ้งเตือนเมื่อเงียบ ความยาวการเฟดต่อเพลง (เปลี่ยนระหว่างค่าที่มากกว่า 0 มีผลตั้งแต่เพลงถัดไป) เปิดหรือปิดการถ่ายทอดไปช่องทางอื่น และชื่อกับคำอธิบายสถานี (แสดงในข้อมูลของสตรีมหลังเริ่มระบบใหม่ครั้งถัดไป) ส่วนการตั้งค่าเหล่านี้ยังต้องเริ่มระบบออกอากาศใหม่ (เงียบไปหลายวินาที): คุณภาพเสียงหลัก ปรับเสียงออกอากาศให้สม่ำเสมอ การเปิดหรือปิดการเฟด (0) การเพิ่ม แก้ไข หรือลบปลายทาง SHOUTcast หรือ Icecast และการเปลี่ยนของแพลตฟอร์ม เช่น พอร์ตหรือที่อยู่ Icecast ระหว่างที่ระบบออกอากาศเริ่มใหม่ Icecast จะเล่นเสียงสำรองของแต่ละสถานีให้ผู้ฟัง (เสียงโทนเบา ๆ หรือเสียงพูด "กำลังกลับมาออกอากาศ โปรดรอสักครู่" เมื่อตั้ง TTS_COMMAND) และย้ายผู้ฟังกลับมาที่รายการทันทีที่ระบบกลับมา ไฟล์อยู่ใน DATA_DIR/ops/icecast-fallback (<สถานี>.mp3 และ <สถานี>-low.aac) แทนไฟล์ของสถานีด้วยเสียงประจำสถานีของคุณเองในรูปแบบเดียวกันได้

การแจ้งเตือนทรัพยากร

worker ตรวจทุกนาที (การแจ้งเตือนระบบ) แยกตามบริการแต่ละตัว

การแจ้งเตือน เมื่อ ค่าตั้ง
หน่วยความจำ เกิน 90% ของขีดจำกัด (หรือของหน่วยความจำเครื่อง) นาน 5 นาที ALERT_MEMORY_PERCENT, ALERT_MEMORY_MINUTES
CPU เกิน 90% นาน 10 นาที ALERT_CPU_PERCENT, ALERT_CPU_MINUTES
ดิสก์ เหลือว่างน้อยกว่า 10% (ดิสก์อื่นนอกจาก DATA_DIR ของ worker ซึ่งการแจ้งเตือนดิสก์ข้างบนดูแลอยู่แล้ว) ALERT_DISK_FREE_PERCENT
ไม่รายงานสถานะ ไม่มีรายงาน 3 นาที เว้นแต่มีโปรเซสใหม่ของบริการและ shard เดียวกันมาแทนแล้ว ALERT_SERVICE_STALE_MINUTES
เริ่มใหม่บ่อย เริ่มเกิน 3 ครั้งใน 30 นาที ALERT_RESTARTS_30M
สำรองข้อมูล สำรองสำเร็จครั้งล่าสุดเก่ากว่า 36 ชั่วโมง หรือครั้งล่าสุดล้มเหลว ALERT_BACKUP_HOURS

บริการที่มีโปรเซสใหม่ของบริการและ shard เดียวกันมาแทน (เช่น สร้างคอนเทนเนอร์ใหม่) จะหายจากหน้านี้ทันที ส่วนบริการที่ไม่รายงาน 7 วันจะถูกลบออก ข้อมูลที่วัดได้เก็บไว้ 7 วัน

โดเมนและที่อยู่

เมนูผู้ดูแลระบบ → โดเมนและที่อยู่ (/platform/domains) แสดงว่าแพลตฟอร์มเปิดด้วยที่อยู่ใด และเปลี่ยนได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องเริ่มระบบใหม่ ค่าใน .env (BASE_URL, BASE_DOMAIN, ICECAST_PUBLIC_URL, HARBOR_PUBLIC_HOST, PUBLIC_MODE, STREAM_PATH) เป็นเพียงค่าเริ่มต้น ระบบคัดลอกลงฐานข้อมูลเมื่อเริ่มครั้งแรก หลังจากนั้นเปลี่ยนที่หน้านี้

มีและไม่มี www ในโหมดโดเมน ที่อยู่หลักเปิดได้ทั้งแบบมีและไม่มี www ถ้าที่อยู่หลักคือ https://example.th ชื่อ https://www.example.th จะได้ใบรับรองของตัวเอง และทุกหน้าจะถูกส่งต่อไปหน้าเดียวกันที่ https://example.th (301 และ 308 สำหรับฟอร์ม) ถ้าที่อยู่หลักมี www ชื่อที่ไม่มี www จะถูกส่งต่อแทน ต้องเพิ่มแค่ระเบียน DNS (ระเบียน A ของอีกชื่อหนึ่งชี้มาที่เซิร์ฟเวอร์นี้) การตรวจ DNS ในหน้านี้และคำสั่ง sudo radioctl doctor ตรวจชื่อนี้ให้ด้วย ตั้งชื่อสถานีว่า www ไม่ได้

หน้านี้แสดง รูปแบบ:

  • โดเมน (https): แบบปกติ ใบรับรองออกให้อัตโนมัติ
  • IP address แบบ https: ใบรับรองของ Let's Encrypt สำหรับ IP (อายุสั้น ต่ออายุอัตโนมัติ) ใช้พาสคีย์และโดเมนย่อยของสถานีไม่ได้
  • IP address แบบ http: สำหรับวงแลนเท่านั้น เบราว์เซอร์จะไม่ให้ใช้ไมโครโฟน (ออกอากาศจากห้องจัดรายการข้อความเสียง) การโทรและแขกรับเชิญ การแจ้งเตือนแบบ Push และพาสคีย์ส่วนเว็บฮุกของ LINE และ Telegram ก็ต้องใช้ https หน้าผู้ดูแลแสดงรายการนี้ และปุ่มเหล่านั้นจะบอกเหตุผลแทนการทำงานผิดพลาด

ช่องในฟอร์ม:

  • ที่อยู่หลัก: โดเมน (radio.example.th) หรือ IP address ไม่ต้องใส่ https:// แล้วเลือก https หรือ http แยกกัน โดเมนต้องใช้ https
  • ที่อยู่สตรีม (ไม่บังคับ): เว้นว่าง = สตรีมอยู่ที่ /stream บนที่อยู่หลัก (แนะนำ) หรือใช้โดเมนแยก (stream.example.th) หรือลิงก์เต็มของ CDN ก็ได้ หน้าเว็บแบบ https ต้องใช้สตรีมแบบ https
  • โดเมนย่อยของสถานี: แต่ละสถานีได้ <สถานี>.<โดเมนหลัก> ต้องมี DNS แบบ wildcard (*.radio.example.th) และที่อยู่หลักต้องเป็นโดเมน
  • ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์สำหรับดีเจ (BUTT/OBS): เว้นว่าง = ใช้ที่อยู่หลัก
  • IP สาธารณะของเซิร์ฟเวอร์นี้: ดูจากผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ ใช้เทียบผลการตรวจ DNS

ปุ่ม ตรวจ DNS ถาม DNS ของทุกที่อยู่ในฟอร์ม แล้วบอกเป็นข้อความว่าชี้มาที่เซิร์ฟเวอร์นี้หรือไม่ ปุ่ม ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง แสดงหน้ายืนยัน: สิ่งที่จะเปลี่ยน ผลการตรวจ DNS และสิ่งที่ผูกกับที่อยู่เดิม:

  • ทุกคนต้องเข้าสู่ระบบใหม่ที่ที่อยู่ใหม่
  • พาสคีย์ผูกกับชื่อโดเมน เมื่อเปลี่ยนโดเมนหลักต้องลงทะเบียนใหม่ (ระหว่างนั้นเข้าสู่ระบบด้วยรหัสทางอีเมลได้ ไม่มีใครถูกล็อก) เมื่อใช้ IP address พาสคีย์จะปิด นโยบายบังคับพาสคีย์ของทีมงานยังเก็บไว้แต่ไม่บังคับใช้ และมีคำเตือนแสดง
  • เว็บฮุกของ LINE และ Telegram: หลังบันทึก กด ตั้งเว็บฮุกให้ทุกสถานีตอนนี้ ส่วน Omise ให้แก้เว็บฮุกในแดชบอร์ดของ Omise
  • เครื่องเล่นที่ฝังในเว็บอื่น ลิงก์สตรีมโดยตรง และแอปที่ใช้ API ยังใช้ได้ผ่านที่อยู่เดิม แต่ควรเปลี่ยนเป็นโค้ดใหม่
  • ดีเจที่ใช้ BUTT หรือ OBS ต้องแก้ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ถ้าเปลี่ยน

ถ้า DNS ของโดเมนใหม่ยังไม่ชี้มาที่นี่ ให้ติ๊กช่องยืนยัน หรือกลับไปแก้ DNS ก่อน หลังบันทึก ที่อยู่เดิมยังใช้ได้: หน้าสถานีที่เปิดผ่านที่อยู่เดิมจะถูกส่งต่อ (301) ไปที่อยู่ใหม่ ส่วนการเข้าสู่ระบบ หน้าผู้ดูแล เครื่องเล่นเว็บฮุกและ API ยังตอบที่ที่อยู่เดิม ใบรับรอง https ของที่อยู่ใหม่ โดเมนย่อยของสถานี และโดเมนของสถานีเอง ออกให้เมื่อเปิดครั้งแรก ทุกการเปลี่ยนแปลงบันทึกในบันทึกการตรวจสอบ

อีเมล

ตั้งเซิร์ฟเวอร์อีเมลสำหรับรหัสเข้าสู่ระบบ ใบแจ้งหนี้ และการแจ้งเตือน เลือกผู้ให้บริการ (Gmail, Microsoft 365, Zoho, Amazon SES หรืออื่น ๆ) กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน แล้วกด ส่งอีเมลทดสอบอย่างเดียว ถ้าไม่สำเร็จ หน้านั้นบอกสาเหตุ กด ทดสอบและบันทึก เมื่อส่งได้แล้ว (บันทึกได้เฉพาะเมื่อทดสอบผ่าน) ค่าในหน้านี้ใช้แทน SMTP_URL ในไฟล์ .env และรหัสผ่านไม่แสดงอีก

เมื่อส่งอีเมลไม่สำเร็จ สำเนาจะถูกเก็บให้อ่านด้วย sudo radioctl outbox และถ้าไม่สำเร็จ 3 ครั้งติดกัน จะมีการแจ้งเตือนระบบ "ส่งอีเมลไม่สำเร็จ"

ช่องทางเข้าสู่ระบบ

  • Telegram: สร้างบอทกับ @BotFather แล้ววาง Bot token ระบบตั้ง webhook ให้เอง
  • LINE: วาง Channel secret และ Channel access token ของ LINE Official Account ของแพลตฟอร์ม แล้วเปิด "Use webhook" ใน LINE Official Account Manager
  • ทั้งสองแบบต้องใช้ที่อยู่ HTTPS
  • นโยบายการเข้าสู่ระบบ: บังคับทีมงานทุกคนให้มีแอปยืนยันตัวตนหรือพาสคีย์ (เปิดได้เมื่อบัญชีของคุณเองมีแล้ว), ทีมงานที่ใช้รหัสผ่านต้องยืนยันขั้นที่ 2 (เปิดอยู่โดยค่าเริ่มต้น), และจำนวนวันสูงสุดของ "จดจำการเข้าสู่ระบบ" (1–30 วัน)

หน้าภาพรวมแสดง รายการตั้งค่าหลังติดตั้ง (อีเมล วิธีเข้าสู่ระบบสำรอง การสำรองข้อมูล สถานีแรก เพลงแรก และที่อยู่ HTTPS) จนกว่าจะครบ

บริการคลาวด์

ผู้ดูแลระบบ → บริการคลาวด์ เก็บการลงทะเบียนแอปของแพลตฟอร์มที่หน้า นำเข้าจากคลาวด์ ของสถานีใช้ สถานีวางลิงก์แชร์ (Google Drive, Dropbox, OneDrive, Box และลิงก์ตรง) และซิงก์โฟลเดอร์ WebDAV/Nextcloud และ S3 ได้เสมอโดยไม่ต้องตั้งค่าที่นี่ ค่าในหน้านี้เปิดใช้ ตัวเลือกไฟล์ (picker) และ ซิงก์โฟลเดอร์ Dropbox / OneDrive ทุกค่าเก็บแบบเข้ารหัสและไม่แสดงอีก (หน้านี้บอกเพียงว่า ตั้งแล้ว หรือ ยังไม่ตั้ง) เว้นช่องว่างไว้เพื่อคงค่าเดิม หรือเลือก ลบ เพื่อล้างค่า การเปลี่ยนแปลงบันทึกในบันทึกการตรวจสอบโดยไม่มีค่าจริง

หน้านี้แสดงสองค่าที่ผู้ให้บริการถามตอนลงทะเบียนแอป

  • Redirect URI ที่อยู่แพลตฟอร์มต่อด้วย /cloud/oauth/callback เช่น https://radio.example.com/cloud/oauth/callback
  • โดเมนของ Chooser / JavaScript origin ที่อยู่แพลตฟอร์ม เช่น https://radio.example.com

ถ้าเปลี่ยนที่อยู่หลักของแพลตฟอร์ม ให้แก้ค่าเหล่านี้ในหน้าตั้งค่าของผู้ให้บริการแต่ละรายด้วย

Dropbox

  1. เปิด Dropbox App Console (dropbox.com/developers/apps) → Create app → Scoped access → Full Dropbox (หรือ App folder ถ้าต้องการให้สถานีเห็นโฟลเดอร์เดียว)
  2. Permissions เลือก files.metadata.read, files.content.read และ account_info.read แล้วกด Submit
  3. Settings ใน OAuth 2 → Redirect URIs ใส่ Redirect URI และใน Chooser / Saver / Embedder domains ใส่โดเมนของแพลตฟอร์ม
  4. คัดลอก App key และ App secret มาใส่ใน บริการคลาวด์ App key อย่างเดียวเปิดใช้ Dropbox Chooser ส่วน secret จำเป็นสำหรับซิงก์โฟลเดอร์ แอปใหม่ในสถานะ development ใช้ได้ไม่เกิน 500 ผู้ใช้ ให้ขอสถานะ production ใน App Console ก่อนถึงจำนวนนั้น

Microsoft (OneDrive / SharePoint)

  1. Azure portal → Microsoft Entra ID → App registrations → New registration ใน Supported account types เลือกทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีองค์กร ("any organizational directory and personal Microsoft accounts") เว้นแต่ต้องการเฉพาะองค์กรเดียว
  2. Authentication → Add a platform → Web ใส่ Redirect URI
  3. Certificates & secrets → New client secret คัดลอกช่อง Value (ไม่ใช่ ID) ทันที จดวันหมดอายุไว้และต่ออายุก่อนถึงวันนั้น
  4. API permissions → Microsoft Graph (Delegated) Files.Read.All, offline_access, User.Read และสำหรับตัวเลือกไฟล์ OneDrive ของบัญชีองค์กร เพิ่ม SharePoint → Delegated MyFiles.Read บางองค์กรต้องให้ผู้ดูแลระบบขององค์กรอนุมัติ (admin consent)
  5. คัดลอก Application (client) ID และ secret มาใส่ใน บริการคลาวด์ ช่อง Tenant ใส่ common (ทั้งบัญชีส่วนตัวและองค์กร) organizations (เฉพาะองค์กร) consumers (เฉพาะส่วนตัว) หรือ Tenant ID ขององค์กร

Google Drive

  1. Google Cloud console → สร้างหรือเลือกโปรเจกต์ → APIs & Services → Library เปิดใช้ Google Picker API และ Google Drive API
  2. OAuth consent screen ประเภทผู้ใช้ External (หรือ Internal สำหรับ Google Workspace องค์กรเดียว) ชื่อแอป อีเมลติดต่อ และเพิ่มขอบเขต https://www.googleapis.com/auth/drive.file
  3. Credentials → Create credentials → OAuth client ID → Web application ใน Authorized JavaScript origins ใส่ที่อยู่แพลตฟอร์ม ไม่ต้องใช้ client secret
  4. Credentials → Create credentials → API key จำกัดให้ใช้กับ Picker API และ Drive API และจำกัดเว็บไซต์เป็นที่อยู่แพลตฟอร์มกับ https://docs.google.com/*
  5. ใส่ API key, OAuth client ID และ หมายเลขโปรเจกต์ (Project number) (ดูได้ที่หน้าแดชบอร์ดของโปรเจกต์) ใน บริการคลาวด์

drive.file เป็นขอบเขตที่ไม่อ่อนไหว (non-sensitive) แอปเข้าถึงได้เฉพาะไฟล์ที่ผู้ใช้เลือก แต่สำหรับใช้งานจริง แอปแบบ External ยังต้องผ่านการยืนยันแบรนด์ (brand verification) ของ Google ก่อนหน้าขอความยินยอมจะแสดงชื่อและโลโก้แก่ทุกคน (ระหว่างสถานะ Testing ใช้ได้ไม่เกิน 100 ผู้ใช้ทดสอบ) ควรเริ่มขั้นตอนนี้แต่เนิ่น ๆ API key ยังทำให้สถานีนำเข้าลิงก์ โฟลเดอร์ Google Drive และใช้ Drive API อย่างเป็นทางการสำหรับไฟล์สาธารณะได้ด้วย

เงื่อนไขและนโยบาย

หน้า เงื่อนไขและนโยบาย มีฟอร์มสำหรับ เงื่อนไขการใช้งาน และ นโยบายความเป็นส่วนตัว

  • ใส่ข้อความภาษาไทย (Markdown อย่างน้อย 50 ตัวอักษร) และข้อความภาษาอังกฤษถ้ามี ถ้าไม่มีภาษาอังกฤษ ผู้อ่านภาษาอังกฤษจะเห็นข้อความภาษาไทย
  • กด "เผยแพร่เป็นฉบับใหม่" ทุกฉบับถูกเก็บไว้ และอ่านได้ที่ /terms?version=N หรือ /privacy?version=N
  • ก่อนเผยแพร่ครั้งแรก ระบบแสดงข้อความเริ่มต้น ซึ่งมีส่วนในวงเล็บให้เติม เช่น ชื่อบริษัท อีเมลติดต่อ ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจก่อนเผยแพร่
  • เฉพาะเงื่อนไขการใช้งาน: เลือก เปลี่ยนในสาระสำคัญ เพื่อให้ทีมงานทุกคน (ผู้ดูแลดีเจผู้ดูแลแชท) ยอมรับฉบับนี้ใหม่ ต้องกรอกสรุปสิ่งที่เปลี่ยนด้วย ถ้าแก้ถ้อยคำเล็กน้อยไม่ต้องเลือก ฉบับแรกเลือกไว้ให้แล้ว
  • ทีมงานที่ยังไม่ยอมรับจะเห็นหน้าขอให้ยอมรับก่อนเข้าส่วนจัดการครั้งถัดไป ผู้ฟังไม่ต้องยอมรับ ผู้เผยแพร่ถือว่ายอมรับฉบับที่ตัวเองเผยแพร่แล้ว
  • "ดูตัวอย่างหน้าขอให้ยอมรับ" แสดงหน้าที่ทีมงานจะเห็น ด้านบนของหน้าบอกว่าทีมงานยอมรับฉบับล่าสุดที่ต้องยอมรับแล้วกี่คน
  • นโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประกาศตาม PDPA ไม่ต้องกดยอมรับ แต่ละสถานีมีนโยบายความเป็นส่วนตัวของตัวเองได้

แหล่งเสียงสำเร็จรูปสำหรับถ่ายทอดต่อ

เมนู แหล่งเสียงสำเร็จรูปสำหรับถ่ายทอดต่อ เก็บแหล่งเสียงที่ทุกสถานีเลือกได้ในหน้าถ่ายทอดต่อจากแหล่งอื่น เช่น สถานีของหน่วยงานรัฐที่แพลตฟอร์มได้รับอนุญาตแล้ว กรอก ชื่อ ที่อยู่สตรีม หน้าเว็บของสถานี และ หมายเหตุ (เช่น เงื่อนไขการเผยแพร่ซ้ำ หรือหน่วยงานที่ต้องขออนุญาต) ระบบตรวจที่อยู่แบบเดียวกับที่สถานีเพิ่มเอง แต่ละสถานียังต้องบันทึกการได้รับอนุญาตของตัวเอง

สถานีรับสัญญาณที่ส่งเข้ามาทาง SRT ได้ที่พอร์ต UDP ตั้งแต่ RELAY_PORT_START ถึง RELAY_PORT_END (ค่าเริ่มต้น 10100 ถึง 10119 สถานีละหนึ่งพอร์ตเมื่อใช้) เปิดช่วงนี้ที่ไฟร์วอลล์ของผู้ให้บริการคลาวด์ด้วย

ประกาศฉุกเฉิน

หน้า ประกาศฉุกเฉิน ส่งประกาศถึงหลายสถานีพร้อมกัน ใช้เฉพาะเหตุฉุกเฉินจริงหรือการทดสอบที่แจ้งล่วงหน้า

สิ่งที่เกิดขึ้นที่แต่ละสถานีที่ได้รับประกาศ

  • เสียงเตือนสองโทนและเสียงประกาศแทรกเหนือทุกแหล่ง รวมถึงดีเจที่กำลังออกอากาศสด
  • แบนเนอร์แสดงบนทุกหน้าของสถานี เครื่องเล่นที่ฝังในเว็บอื่น และห้องจัดรายการส่วนเสริม NVDA อ่านประกาศออกเสียง
  • ส่ง Web Push ถึงผู้ที่ติดตามรายการของสถานีและทีมงานสถานี

สถานีที่ถูกระงับไม่ได้รับประกาศ

ออกประกาศ

ช่อง หมายเหตุ
หัวข้อ (สั้น ชัดเจน) ต้องกรอก ไม่เกิน 200 ตัวอักษร
รายละเอียด ไม่บังคับ
สิ่งที่ผู้ฟังควรทำ ไม่บังคับ
ระดับความรุนแรง ร้ายแรงมาก, ร้ายแรง (ค่าเริ่มต้น), ปานกลาง, เล็กน้อย, ทดสอบ ใช้ ทดสอบ สำหรับการซ้อม
ภาษาของข้อความ ไทย หรือ English
สถานีที่ได้รับ ทุกสถานี หรือเฉพาะองค์กรและจังหวัดของสถานีที่เลือก
แสดงนาน (นาที) 5–1440 เริ่มต้นตามระยะเวลาเริ่มต้น
เล่นเสียงซ้ำ (ครั้ง) 1–5 ค่าเริ่มต้น 2
ไฟล์เสียงประกาศ MP3, WAV หรือ M4A ไม่เกิน 20 MB ไม่บังคับ

ถ้าไม่มีไฟล์เสียงประกาศ ระบบเล่นเสียงเตือน และถ้าเซิร์ฟเวอร์ตั้งระบบอ่านข้อความไว้ (TTS_COMMAND) จะอ่านข้อความด้วย ยกเว้นประกาศระดับทดสอบ

กด "ออกประกาศทันที" ระบบบอกว่าประกาศถึงกี่สถานีและผู้ฟังกี่คน

ประกาศที่กำลังใช้งานและประวัติ

ประกาศที่กำลังใช้งาน แสดงประกาศที่ออกอากาศอยู่และประกาศจาก CAP ที่รออนุมัติ พร้อมจำนวนที่ถึง (สถานี ผู้ฟัง Push) กด "ยุติประกาศ" เมื่อเหตุการณ์จบ ประกาศจะจบเองเมื่อครบเวลา ประกาศที่รออนุมัติ กด "อนุมัติและออกอากาศ" หรือ "ไม่อนุมัติ" ประกาศที่ไม่ได้รออนุมัติแล้วจะอนุมัติไม่ได้ หน้าจะแจ้งว่า "ประกาศนี้ไม่ได้รออนุมัติแล้ว (ออกอากาศไปแล้ว ถูกยุติ หรือหมดเวลา)" ประกาศที่ยังไม่ได้อนุมัติจะถูกยกเลิกเมื่อหมดเวลา ส่วน ประวัติ แสดง 40 ประกาศล่าสุด พร้อมที่มา (ผู้ดูแล หรือ CAP)

รับประกาศอัตโนมัติ (CAP 1.2)

  1. กด "สร้างลิงก์รับ CAP" ระบบแสดงลิงก์ https://cfbtradio.com/emergency/cap/<รหัสลับ> ครั้งเดียว ส่งลิงก์นี้ให้หน่วยงานเตือนภัย ถ้าสร้างลิงก์ใหม่ ลิงก์เดิมจะใช้ไม่ได้
  2. หน่วยงานส่ง CAP 1.2 XML มาที่ลิงก์นี้ด้วย POST (ไม่เกิน 512 KB และ 60 ครั้งต่อนาที)
  3. ในส่วน ออกอากาศอัตโนมัติเมื่อระดับเป็น เลือกระดับที่ออกอากาศได้โดยไม่ต้องอนุมัติ ค่าเริ่มต้นคือ ร้ายแรงมาก และ ร้ายแรง ระดับอื่นรออนุมัติ
  4. ระยะเวลาเริ่มต้น (นาที): ค่าเริ่มต้น 60 (5–1440) ใช้เมื่อข้อความ CAP ไม่ระบุเวลาหมดอายุ

ระบบจัดการข้อความ CAP ดังนี้

  • ประกาศที่ระบุพื้นที่เป็นจังหวัดของไทย ส่งเฉพาะสถานีในจังหวัดนั้น (ตามที่ตั้งในหน้าตั้งค่าของแต่ละสถานี) ระบบนับว่าเป็นจังหวัดเฉพาะเมื่อเขียนว่า จังหวัด<ชื่อ> จ.<ชื่อ> หรือเป็นคำเต็มทั้งคำ เช่น "อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส" หมายถึงนราธิวาส ไม่ใช่ตาก
  • ถ้าพื้นที่ไม่ระบุจังหวัดใดและไม่ใช่ทั้งประเทศ (เช่น ทั่วประเทศ) ประกาศจะไม่ออกอากาศเอง แต่รออนุมัติ ถ้าอนุมัติ จะส่งถึงทุกสถานี
  • ข้อความ CAP ที่หมดอายุแล้วจะถูกข้าม
  • ข้อความ CAP สถานะ Exercise หรือ Test เป็นประกาศระดับทดสอบ และรออนุมัติเสมอ
  • ข้อความ Update แทนที่ประกาศที่อ้างถึง ข้อความ Cancel ยุติประกาศนั้น ข้อความที่เคยได้รับแล้วจะถูกข้าม
  • ถ้าข้อความมีภาษาไทย ระบบใช้ภาษาไทย

ใบอนุญาต

หน้า ใบอนุญาต แสดง

  • สถานะใบอนุญาต: ยังไม่มี, ใช้งานได้, หมดอายุแล้ว อยู่ในช่วงผ่อนผัน, หมดอายุ หรือเหตุผลที่คีย์ใช้ไม่ได้
  • ผู้ได้รับอนุญาต วันหมดอายุและจำนวนวันที่เหลือ สิทธิ์อัปเดตถึง โดเมน และฟีเจอร์เสริม
  • จำนวนสถานีที่ใช้และที่ได้รับอนุญาต ผู้ฟังพร้อมกันรวมทุกสถานีและจำนวนที่ได้รับอนุญาต
  • รุ่นที่ติดตั้ง และรุ่นล่าสุดเมื่อเซิร์ฟเวอร์ตั้ง UPDATE_CHECK_URL ไว้ ลิงก์ รายละเอียด แสดงเฉพาะเมื่อเป็นที่อยู่ https

การใส่หรือเปลี่ยนคีย์: วางคีย์ทั้งบรรทัด (ขึ้นต้นด้วย SRL1.) แล้วกด "ตรวจและบันทึก" ระบบไม่รับคีย์ที่คัดลอกไม่ครบ ถูกแก้ไข ไม่ได้ออกโดย SAINT Technology หรือออกให้โดเมนอื่น

ใบอนุญาตมีผลอย่างไร

  • ต้องใช้ใบอนุญาตเฉพาะเมื่อเซิร์ฟเวอร์ตั้ง LICENSE_ENFORCE=true ถ้าไม่ได้ตั้ง (เช่น ระบบคลาวด์ของ SAINT) ใส่คีย์ได้เพื่อแสดงข้อมูล
  • ใบอนุญาตจำกัดการเพิ่มสถานีและจำนวนผู้ฟังรวมเท่านั้น เมื่อผู้ฟังครบจำนวน ระบบไม่รับผู้ฟังใหม่ ผู้ฟังสิทธิ์พิเศษไม่นับรวม ใบอนุญาตไม่ตัดการออกอากาศที่กำลังทำงาน
  • หลังวันหมดอายุมีระยะผ่อนผัน 14 วัน หลังจากนั้น หรือเมื่อไม่มีคีย์ที่ใช้ได้ ระบบใช้ขีดจำกัดแบบทดลอง: 1 สถานี ผู้ฟัง 50 คน
  • ถ้ารุ่นที่ติดตั้งออกหลังวันสิทธิ์อัปเดตของคีย์ หน้านี้แสดงคำเตือน

SAINT Technology เป็นผู้ออกคีย์ คีย์ระบุผู้ได้รับอนุญาต จำนวนสถานีและผู้ฟัง วันหมดอายุ สิทธิ์อัปเดต (เท่ากับวันหมดอายุถ้าไม่ได้กำหนดแยก) และอาจระบุโดเมนกับฟีเจอร์เสริม

รายงานปัญหาการเข้าถึง

หน้า รายงานปัญหาการเข้าถึง แสดง 200 รายงานล่าสุดที่ส่งจากหน้าประกาศการเข้าถึง (/accessibility) แต่ละรายงานมีวันเวลา หน้าที่พบปัญหา โปรแกรมหรืออุปกรณ์ช่วยที่ใช้ ข้อความ และช่องทางติดต่อกลับถ้ามี ควรตอบผู้ที่ให้ช่องทางติดต่อไว้

นโยบายพาสคีย์ของทีมงาน

การตั้งค่านี้ไม่อยู่ในเมนูผู้ดูแลระบบ ให้เปิดหน้า ความปลอดภัยของบัญชี (/account/security) ผู้ดูแลระบบจะเห็นส่วน นโยบายของแพลตฟอร์ม

  1. เพิ่มพาสคีย์ให้บัญชีของคุณเองก่อน ระบบไม่ให้เปิดนโยบายถ้ายังไม่มี เพื่อไม่ให้ล็อกตัวเองออก
  2. เลือก "บังคับทีมงานทุกคน (ผู้ดูแลดีเจผู้ดูแลแชท) ใช้พาสคีย์เป็นการยืนยันขั้นที่ 2" แล้วกด "บันทึกนโยบาย"

เมื่อเปิดนโยบาย

  • ทีมงานที่ยังไม่มีพาสคีย์ถูกพาไปหน้าความปลอดภัยของบัญชีเพื่อเพิ่มพาสคีย์ก่อนเข้าส่วนจัดการ
  • ทีมงานต้องยืนยันด้วยพาสคีย์หลังใส่รหัสทางอีเมลทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ
  • ไม่มีผลกับผู้ฟัง

พาสคีย์ใช้ได้เฉพาะเมื่อที่อยู่หลักเป็นโดเมนที่ใช้ https ระหว่างที่แพลตฟอร์มเปิดด้วย IP address หรือ http บันทึกนโยบายได้แต่จะไม่บังคับใช้ (ทีมงานเข้าสู่ระบบด้วยรหัสทางอีเมล ไม่มีใครถูกล็อก) และมีคำเตือนแสดง เมื่อเปลี่ยนโดเมนหลัก ต้องลงทะเบียนพาสคีย์ใหม่ อันเดิมจะแสดงว่าใช้ไม่ได้แล้ว

ช่วยแก้ปัญหาในนามผู้ใช้

ที่หน้าสถานีในส่วนผู้ดูแลระบบ (โควตาและสถานะ) ส่วน ช่วยแก้ปัญหาในนามผู้ใช้ แสดงทีมงานของสถานีและองค์กร กด "ใช้งานในนามของ <ชื่อ>" เพื่อเห็นหน้าจอเหมือนผู้ใช้คนนั้น เริ่มที่หน้าจัดการสถานี

  • ใช้ได้สูงสุด 60 นาที จากนั้นกลับเป็นบัญชีของคุณเอง
  • แถบด้านบนของทุกหน้าบอกว่ากำลังใช้บัญชีของใคร กด "กลับเป็นบัญชีของฉัน" เพื่อจบทันที
  • ทุกการเปลี่ยนแปลงถูกบันทึกในบันทึกการตรวจสอบในชื่อของคุณ
  • หน้าที่เข้าไม่ได้: ส่วนผู้ดูแลระบบ ความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้พาสคีย์การยืนยันตัวตนสองขั้น การลบบัญชีและการส่งออกข้อมูล การยืนยันตัวตนตอนเข้าสู่ระบบ และการลงทะเบียนรับการแจ้งเตือนแบบ Push ทุกหน้าของส่วนผู้ดูแลระบบเข้าไม่ได้ ไม่ว่าจะเขียนที่อยู่แบบใด (รหัสเปอร์เซ็นต์ หรือเครื่องหมาย / ซ้ำ) และยอมรับเงื่อนไขแทนผู้ใช้ไม่ได้
  • ใช้งานในนามผู้ดูแลระบบคนอื่นไม่ได้

รายการตรวจสำหรับวันแรก

  1. เพิ่มพาสคีย์ที่หน้า ความปลอดภัยของบัญชี แล้วตัดสินใจว่าจะเปิดนโยบายพาสคีย์ของทีมงานหรือไม่
  2. เปิดหน้า สุขภาพระบบ แก้ทุกเรื่องที่แสดงจนขึ้นว่า "ทุกอย่างปกติ"
  3. ถ้าติดตั้งใช้เอง วางคีย์ใบอนุญาตที่หน้า ใบอนุญาต
  4. อ่านข้อความเริ่มต้นในหน้า เงื่อนไขและนโยบาย ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ แล้วเผยแพร่
  5. สร้างหรือปรับ แพ็กเกจ แล้วสร้างองค์กรแรกพร้อมอีเมลผู้ดูแลองค์กร
  6. ปิดระบบเรียกเก็บเงินไว้ ถ้าไม่ได้ขายบริการ ถ้าขาย กรอกการตั้งค่าการเงินก่อน แล้วจึงเปิดระบบ
  7. ตั้ง เป้าหมายความพร้อมใช้งาน และเลือกว่าจะแสดงความพร้อมใช้งานในหน้า /status หรือไม่
  8. ที่หน้า ประกาศฉุกเฉิน เลือกระดับที่ออกอากาศอัตโนมัติ และสร้างลิงก์รับ CAP ถ้ามีหน่วยงานส่งประกาศมา ส่งประกาศระดับทดสอบถึงองค์กรเดียวเพื่อตรวจว่าใช้งานได้